กระดานข่าวถาม-ตอบ
7 สภาวิชาชีพรุมค้าน ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข
7 สภาวิชาชีพรุมค้าน "ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข" ระบุชัด "วิชาชีพ"เป็นเรื่องเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกร พยาบาล สถาปนิก ทันตแพทย์ ฯลฯ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และจบมาโดยตรง เท่านั้นถึงจะทำได้ ไม่ใช่ใครๆก็เป็น "หมอ" หรือ "วิศวกร"ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะอันตรายต่อสังคมมาก
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ 7 สภาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภากายภาพบำบัด สภาเทคนิคการแพทย์ และ สัตวแพทยสภา ว่า ที่ประชุมสภาวิชาชีพทั้ง 7 มีมติร่วมกันเป็นเป็นเอกฉันท์ ที่จะไม่รับหลักการและคัดค้านร่างพ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขพ.ศ...... ซึ่งน.พ.อำพล จินดาวัฒนะ และคณะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยได้ทำหนังสือชี้แจงเหตุผลและข้อเสนอเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสนช.และสมาชิกสนช. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
ทั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 7สภาวิชาชีพมีความเห็นตรงกันว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2549 ในหลายมาตรา และยังมีบทบัญญัติที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นวิชาชีพด้วย
นายกแพทยสภา กล่าวว่า การเป็นวิชาชีพ ต้องมีองค์ประกอบครบอย่างน้อย 4 ประการ คือ มีองค์ความรู้ที่มีขอบเขตชัดเจนและมีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีค่านิยม วัฒนธรรมของวิชาชีพที่ชัดเจน ที่กำหนดเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติที่เรียกเป็นจรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพที่เป็นสากล มีการศึกษาอบรมระยะยาว ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะเป็นผู้มีมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพเฉพาะที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้ สามารถให้บริการทางวิชาชีพได้อย่างเป็นอิสระด้วยพันธะรับผิดชอบสูง เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ และต้องเป็นบริการที่จำเป็นแก่มนุษย์และความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม ซึ่งสังคมจะขาดเสียไม่ได้ ทั้งนี้ ในส่วนของภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ 7 สภาวิชาชีพ เห็นควรให้แก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการสาธารณสุข มากกว่าที่จะเป็นพ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข ซึ่งไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง
"การเป็นวิชาชีพ หมายถึงการที่บุคคลที่มีวิชาชีพเหล่านั้น ต้องมีความรับผิดชอบเฉพาะต่อการประกอบอาชีพ เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก พยาบาล สัตวแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ ที่ต้องเรียนจบมาโดยตรงจึงจะประกอบวิชาชีพได้ ไม่ใช่จบอะไรมาก็ทำได้ ถ้าอย่างนั้นเรียกว่าเป็นอาชีพไม่ใช่วิชาชีพ และถ้าออกกฎหมายฉบับนี้มาอีกหน่อย ก็จะมีคนขอเป็นวิชาชีพกันหมด พอเป็นวิชาชีพคนอื่นก็ทำไม่ได้ เช่น ผมเป็นหมอ ถ้าจะไปสอนเด็กประถมก็จะทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายตรงนี้จะยุ่งกันไปหมด"น.พ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า ถ้าวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่จะทำให้เป็นวิชาชีพ คือ การทำให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชนมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ก็ควรจะไปแก้ไขระเบียบเรื่องค่าตอบแทน ไม่ใช่มาร่างกฎหมายและทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างเช่นนี้
ด้าน นพ.สมศักดิ์ เจริญชัยปิยกุล กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ต้องการจะให้คน 40,000คน ที่ทำงานอนามัยได้เป็นวิชาชีพ ซึ่งในจำนวน 4 หมื่นคนนี้มีคนจบปริญญาตรีแค่ 3,600 คน ถ้าเป็นวิชาชีพถามว่าจะรับผิดชอบชีวิตประชาชนได้แค่ไหน อันตรายมากทั้งต่อประชาชนเองและต่อตัวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหรือหมออนาม ัยด้วย อยากให้ผู้ที่เสนอกฎหมายนี้ ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาผลกระทบให้รอบด้านอย่างรอบคอบ อย่าเพียงแค่หาเสียงหรือเล่นการเมืองกับบรรดาหมออนามัย เท่านั้น
จนท.สอ.
ตนสาสุข
ผู้มีปัญญา
อัคนี
กฤตยชญ์
pp
56
223
ว่าที่หมออนามัย