สมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคใต้

กระดานข่าวถาม-ตอบ

พยาบาลที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ จะทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย (Safe staffing saves lives)

by กาญจนา คงแก้ว @May,15 2007 09.29 ( IP : 202...8 ) | Tags : กระดานข่าวถาม-ตอบ

พยาบาลที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ  จะทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย (Safe staffing saves lives)

[color=#cc0000]คำนำ [/color]ประเทศส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากกับการดูแลสุขภาพของประชาชนและระดับความรับผิดชอบในการบริการด้านสุขภาพ แนวคิดในการให้การดูแลเป็นประเด็นสำคัญของการอภิปรายถกเถียงทางการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นที่ยากในการแก้ไขเมื่อมีบุคลากรด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลไม่เพียงพอ ตัวอย่าง เช่น ในประเทศอัฟริกา แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนพยาบาลได้เป็นข้อโต้เถียงกันมาโดยตลอดเวลาทั้งทางหนังสือพิมพ์และแมกกาซีน แต่มีการแก้ปัญหาเพียงเล็กน้อยในระดับชาติ แนวคิดของการจัดอัตรากำลังเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้เริ่มเกิดขึ้นจากผลการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมามีวิกฤติที่สำคัญเกิดขึ้น เช่น การระบาดของ AIDS, SARS ไข้หวัดใหญ่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้เกิดการขาดแคลนพยาบาลและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงขึ้น ปัจจุบันได้มีความเข้าใจเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของคุณภาพในการจัดอัตรากำลังพยาบาลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยรวมทั้งการเพิ่มอัตราป่วยและอัตราตายของผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

เบื้องหลังแนวคิด “Safe Staffing Saves Lives” คำขวัญวันพยาบาลสากล เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าการจัดอัตรากำลังที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพจะทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย ได้มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า “ การพยาบาล” เป็นกลไกที่สำคัญต่อการดูแลสุขภาพของประชาชนในสถานบริการทุกระดับและในชุมชน ในวงการพยาบาลประเทศไทยได้มีการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล  ผู้กำเนิดการพยาบาลสากล ภายใต้คำขวัญจากสภาการพยาบาลระหว่างประเทศในบริบทของภาษาไทยที่ว่า “ พยาบาลปลอดภัย ประชาไทยมีสุข” สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ได้กำหนดให้วันที่ 1-14 พฤษภาคม 2549 เป็นสองสัปดาห์แห่งการรณรงค์ให้มีความตระหนักถึงการการใช้อัตรากำลังอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สุขของชาวประชาไทย และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย ( Safe staffing) คืออะไร??การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย หมายถึง การจัดสรรบุคลากรในปริมาณที่พอเหมาะ มีการใช้บุคลากรต่างระดับความสามารถและทักษะที่เหมาะสมกับลักษณะการดูแล และมีบุคลากรไว้อย่างเพียงพอตลอดเวลาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าความต้องการของผู้ป่วยได้รับการดูแลและตอบสนองอย่างมีคุณภาพ ภายใต้บริบทการทำงานที่มีความปลอดภัย

สมาคมพยาบาลแห่งรัฐนอร์ทคาโรไลนา ( North Carolina ) ได้ระบุว่า การจัดอัตรากำลังพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย สะท้อนให้เห็นถึงการดำรงไว้ซึ่งคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ชีวิตการทำงานของพยาบาลและผลผลิตขององค์กร การปฏิบัติงานที่เกิดจากการจัดอัตรากำลังเพื่อให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย ต้องคำนึงถึงความซับซ้อนและระดับความยากของกิจกรรมการพยาบาล ระดับการศึกษาและฝึกอบรมพยาบาล สมรรถนะและประสบการณ์ การพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ การสนับสนุนการบริหารจัดการทางการพยาบาลในระดับผู้ปฏิบัติการและผู้บริหารระดับสูง บริบทและสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรสนับสนุนต่างๆ ระบบสนับสนุนการบริการ และแนวทางการปกป้องผู้ร้องเรียนและเปิดโปงกรณีที่เกิดความไม่ชอบธรรมเกิดขึ้น

การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยสำคัญไฉน? ได้มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับระบบการป้องกันความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยในหลายประเทศ ตลอดจน การวิจัย ได้ระบุชัดเจนว่าอัตรากำลังที่ไม่เพียงพอจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วย

การวิจัยของ Blegen, Goode, และ Reed ในปี ค.ศ. 1998 ได้ศึกษาเกี่ยวกับผลของการจัดอัตรากำลังพยาบาลที่มีต่ออัตราป่วยและอัตราตายในผู้ป่วย ผลวิจัยระบุชัดเจนว่า การจัดอัตรากำลังพยาบาลวิชาชีพโดย ผสมผสานระดับทักษะ (Skill mix) จะมีความสัมพันธ์กับการลดลงของอัตราอุบัติการณ์ของการให้ยาผิดพลาดและการเกิดแผลกดทับ ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของระดับความพอใจของผู้ป่วย การวิจัยอื่นๆในปีเดียวกันเกี่ยวกับระดับการจัดอัตรากำลังพยาบาล และผลลัพธ์ในการดูแลผู้ป่วยพบว่าการจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพในทีมสุขภาพที่จัดแบบผสมผสานบุคลากรต่างระดับ (Staff mix) จะทำให้อัตราการให้ยาผิดพลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Blegeng & Vanghn, 1998)

การเคลื่อนไหวเพื่อวางมาตรฐานด้านความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก จากผลการวิจัยพบว่า ในประเทศแคนาดาพบอุบัติการณ์ที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ได้แก่ การตกเตียง การให้ยาผิดหรือคลาดเคลื่อน และการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสม ที่มีผลต่ออัตราตายและอัตราป่วยของผู้ป่วยมีสูงถึง 7.5% กล่าวคือมีผู้ป่วยประมาณ 2.5 ล้านคนต่อปี ที่ประสบปัญหาดังกล่าว ในจำนวนดังกล่าวประมาณ 7 หมื่นคนประสบปัญหาความผิดพลาดของบุคลากรพยาบาลที่สามารถป้องกันได้ (Baker et al., 2004) การวิจัยแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการดูแลด้านสุขภาพเกิดจากระบบที่มีการจัดสรรบุคลากรไม่เพียงพอ และระบบการสนับสนุนไม่เอื้อต่อการป้องกันอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน (Kohn, et al., 2000) การวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่ตายจากความผิดพลาดเกี่ยวกับการให้ยาของบุคลากรในโรงพยาบาลมากถึง 98,000 คนต่อปี ซึ่งเป็นการตายที่สูงกว่าอุบัติเหตุจากรถยนต์ มะเร็งเต้านม หรือ การติดเชื้อ AIDS

ข้อเสนอแนะในการป้องกันความผิดพลาดเกี่ยวกับการให้ยาและการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย ประกอบด้วยสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้ -การมีภาวะผู้นำและองค์ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ป่วย
-มีระบบการรายงานความผิดพลาด
-การป้องกันพยาบาลที่รายงานหรือเปิดโปงเกี่ยวกับสถานการณ์ความผิดพลาดและปัญหาด้านอัตรากำลัง -การวางมาตรการและมาตรฐานการปฏิบัติงานตลอดจนความคาดหวังต่อความปลอดภัยในผู้ป่วย
- การริเริ่มจัดตั้งระบบความปลอดภัยในองค์กร

ผลงานวิจัยที่น่าสนใจ •มีความสัมพันธ์ระหว่างอัตราพยาบาลวิชาชีพเต็มเวลาเทียบเท่า ( FTE ) ต่อจำนวนวันนอนของผู้ป่วยกับอัตราอุบัติการณ์การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ปอดบวม เส้นเลือดอุดตันและการฟื้นตัวของการทำงานของปอดหลังผ่าตัดใหญ่ (Kovner & Gurgen, 1998 )
•การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพการดูแลต่อผู้ป่วย AIDS พบว่าการเพิ่มพยาบาลวิชาชีพ 1 คน ต่อจำนวนวันนอนของผู้ป่วย มีความสัมพันธ์กับการลดลงของอัตราตายภายใน 30 วัน ถึง 50 % การเพิ่มพยาบาลวิชาชีพในอัตรา 0.25 คนต่อจำนวนวันนอนของผู้ป่วย มีความสัมพันธ์กับการลดอัตราตายภายใน 30 วัน ถึง 25% (Aiken et al., 1999 )
•อัตราเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนกี่ยวกับปอดหลังผ่าตัดของผู้ป่วยที่อยู่ในICUเพิ่มขึ้นจากการที่พยาบาลเวรดึกต้องดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหลอดอาหาร (Esophagectomy ) มากกว่า 2 คนต่อเวร
•การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปริมาณงานการดูแลของพยาบาลกับผลลัพธ์การดูแลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยในโดยศึกษากับผู้ป่วยอายุรกรรม 5 ล้านคนและผู้ป่วยศัลยกรรม 1.1 ล้านคน พบว่า สัดส่วนจำนวนชั่วโมงการดูแลต่อวันของพยาบาลวิชาชีพ และจำนวนเวลาที่เพิ่มขึ้นในการดูแลผู้ป่วยต่อวันของพยาบาลมีความ สัมพันธ์กับการลดจำนวนวันนอนของผู้ป่วย การลดอัตราอุบัติการณ์จากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ปอดบวม ภาวะช๊อคและหัวใจวาย ตลอดจนลดจำนวนการช่วยฟื้นคืนชีพที่ล้มเหลวลงได้ ( Needleman et al., 2002 )
•สรุปการวิจัยหลายเรื่องได้ระบุถึงความสัมพันธ์ของการเพิ่มจำนวนชั่วโมงการทำงานของพยาบาล วันละ 1 ชั่วโมง กับการลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดปอดบวมได้ 8.9% การเพิ่มจำนวนพยาบาลวิชาชีพอีก 10% มีความสัมพันธ์กับการลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดปอดบวมได้ถึง 9.5% และมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราอุบัติการณ์ของการเกิดแผลกดทับของผู้ป่วย ( Cho et al., 2003; Bostick, 2004 )
•ผลการวิจัยหลายเรื่องชี้ชัดว่าการเพิ่มจำนวนอัตรากำลังพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยที่เพียงพอจะลดภาวะแทรกซ้อนอันไม่พึงประสงค์ได้และมีผลต่อการเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการพยาบาล ตลอดจนผลลัพธ์ในการดูแลที่ดีขึ้นต่อผู้ป่วย (Lankshear et al., 2005; Federation of Nurses Union =CFNU, 2005) สภาการพยาบาลระหว่างประเทศได้สนับสนุน การศึกษาวิจัยทางด้านนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยที่ศึกษาในระดับนานาชาติเพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการจัดอัตรากำลังที่เพียงพอเพื่อประสิทธิภาพการดูแลต่อไป

การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยมีประโยชน์อย่างไร? 1. ใช้เป็นคุณสมบัติในการแข่งขันระหว่างองค์กร โรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีจำนวนพยาบาลเพียงพอ ทำให้บรรยากาศในการทำงานดี สามารถดึงดูดและเก็บรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ การจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่จูงใจ ทำให้มีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันกับโรงพยาบาลอื่นๆ ( Lash & Munroe 2005)
การแข่งขันดังกล่าวนี้มักเกิดในภาคเอกชน ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับบางประเทศที่ใช้ระบบการดูแลสุขภาพทางเลือกอื่น ๆ เช่น ในประเทศแคนาดา ญี่ปุ่น เยอรมนี จีนและฮอลแลนด์ ถึงแม้จะมีโรงพยาบาลเอกชนแต่ก็ไม่ใช้ประเด็นนี้ ในการแข่งขันเช่นเดียวกับในประเทศสหรัฐอเมริกา
2. บ่งบอกสถานะภาพอาชีวอนามัยของพยาบาล เป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายว่า การจัดอัตรากำลังที่เพียงพอ มีความสำคัญต่อสุขภาพของพยาบาล จากการศึกษาของ Baumann et al. (2001) ระบุว่า การจัดอัตรากำลังพยาบาลที่ปลอดภัยมีความสำคัญต่อความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่พึงประสงค์ในปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมเหล่านี้หมายรวมถึง ความกดดันในการทำงานและความเครียดที่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยในหน้าที่การงาน ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน การควบคุมการปฏิบัติงาน ตารางเวลาทำงาน ภาวะผู้นำและความไม่เพียงพอของการจัดอัตรากำลัง
ในด้านการสรรหาและคงรักษาไว้ซึ่งบุคลากรพยาบาลนั้น จากผลงานวิจัยของ Aiken et al. (2002) ได้บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความมากน้อยของอัตรากำลังกับความพึงพอใจในงาน การศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่าอัตราของผู้ป่วยที่สูงขึ้นจะมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของความอ่อนล้าทางอารมณ์และความไม่พึงพอใจของพยาบาลต่องานที่ทำอยู่ พยาบาลที่ต้องทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลาย ๆวันหรือทำงานโดยปราศจากการสนับสนุนที่เพียงพอ จะมีแนวโน้มที่จะขาดงานสูง และมีสุขภาพทรุดโทรมลงด้วย (Sheward et al. ,2005 )
3. เป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันพยาบาลจากภาระความรับผิดทางกฎหมาย ได้เกิดมีกรณีการถูกฟ้องร้องทางกฎหมายกับพยาบาลและทีมสุขภาพในสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้นในปัจจุบัน เช่น ความผิดพลาดที่เกิดจากการดูแล และการถูกเรียกร้องเอาผิดด้านกฎหมายมักมีอัตราที่สูงขึ้นในสถานบริการสุขภาพที่มีโครงสร้างบริหารและการจัดอัตรากำลังที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันการเคลื่อนย้ายของพยาบาลในประเทศที่กำลังพัฒนาไปยังประเทศอื่นมีจำนวนมากขึ้น ประเทศเหล่านี้ต้องประสบปัญหาการขาดแคลนพยาบาลและพยาบาลในประเทศเหล่านี้ต้องรับภาระทำงานหนักขึ้นทำให้ความสามารถในการให้การดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัยลดน้อยลง

พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส การจัดระดับอัตรากำลังที่ปลอดภัยและเพียงพอ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนการดำเนินงาน จากการสำรวจของสมาคมพยาบาลแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) พบว่าโรงพยาบาลที่จัดอัตรากำลังที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุให้อัตราการลาออกของพยาบาลเพิ่มขึ้น การจ้างพยาบาลที่เป็นอัตรากำลังชั่วคราวมาแทนเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากกว่าการลงทุนจ้างพยาบาลทำงานเต็มเวลา ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าเพราะประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการสรรหาและการเก็บรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ (Baumann & Blythe, 2003 ) การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยและเพียงพอ ส่งผลให้เป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มีคุณภาพมากขึ้น เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแก่บุคคล ครอบครัวและชุมชน รวมทั้งเป็นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐในรูปภาษีเงินได้ เมื่อผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ การจัดระดับอัตรากำลังที่ปลอดภัยและเพียงพอ เป็นการสร้างโอกาสในการกำหนดแนวนโยบายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจนขึ้น ในระบบการจัดบุคลากรต่างระดับแบบผสมผสานทักษะ การจัดอัตรากำลังเพื่อให้เพียงพอและปลอดภัยในสภาวะการขาดแคลนพยาบาล ทำให้บุคลากรด้านสุขภาพอื่นเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องกำหนดบทบาทตามความรู้ ความสามารถอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการอย่างปลอดภัย มีคุณภาพและเป็นธรรม ในแต่ละประเทศอาจประสบปัญหาและมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ยังไม่มีรูปแบบการแก้ปัญหาแบบใดแบบหนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์และทุกประเทศ การกำหนดบทบาทที่ชัดเจนถูกต้องจะทำให้การจัดอัตรากำลังระบบผสมผสานตามทักษะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะการจัดอัตรากำลังที่ขาดประสิทธิภาพจะทำให้เกิดความผิดพลาดในด้านการดูแลเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยและองค์กร (Canadian Nurses Association 2003) การประสานงานอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ มีความสำคัญในการสร้างความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับความรู้ความสามารถที่บุคลากรสุขภาพระดับต่างๆและอาสาสมัครจะสามารถอุทิศให้แก่การดูแลผู้ป่วยได้ ในประเทศแคนาดาได้มีความพยายามที่จะประสานความเข้าใจทุกระดับเพื่อสร้างกรอบแนวคิดในการประเมินการตัดสินใจในการใช้บุคลากรในรูปแบบผสมผสานทักษะ โดยเริ่มศึกษาในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล (LPN ) และพยาบาลจิตเวชที่ขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพ เกี่ยวกับการตัดสินใจใช้รูปแบบทีมการดูแลแบบผสมผสานทักษะของพยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพ (LPN ) กับความปลอดภัยของผู้ป่วย เอกสารนี้ได้เผยแพร่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการผสมผสานทักษะ กรอบแนวคิดในการตัดสินใจและเครื่องมือ อัตราส่วนการจัดอัตรากำลังพยาบาลตามกฎหมาย และสิ่งท้าทายการตัดสินใจในการใช้บุคลากรแบบการผสมผสานทักษะที่เหมาะสม

อุปสงค์ กับอุปทาน อะไรคืออุปสรรคของความสมดุล ? ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply ) คือความไม่เพียงพอของพยาบาลที่จะตอบสนองต่อความต้องการในการดูแลด้านสุขภาพของประชาชนในขณะที่กำลังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับจำนวนพยาบาลว่าเท่าไรจึงจะ เพียงพอนั้น ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าประเทศที่มีพยาบาลวิชาชีพเพียงพอมีเกณฑ์ชี้วัดคุณภาพด้านสุขภาพที่ดีกว่า การกระจายของพยาบาลในแต่ละพื้นที่โดยภาพรวมได้รับผลกระทบจากภาวะการขาดแคลนในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องรับพยาบาลจากต่างแดน การสงวนไว้ซึ่งอุปทานในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพในระดับท้องถิ่นมีอิทธิพลมาจากค่าตอบแทนด้านเศรษฐกิจที่เพียงพอ สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีสุขภาวะ และความเข้มแข็งของสถาบันการศึกษา เมื่ออุปทานด้านพยาบาลมีไม่เพียงพอ ภาวการณ์ขาดแคลนพยาบาลก็จะเกิดขึ้น ในประเทศที่มีการพัฒนาแล้วปัญหาการขาดแคลนพยาบาลเกิดจากการผลิตบุคลากรที่ไม่เพียงพอ (อุปทานต่ำ) ตลอดจนการสรร หาและการเก็บรักษาซึ่งบุคลากรในระดับท้องถิ่นมีอัตราที่ต่ำเนื่องจากขาดการวางแผนที่ดีและเพียงพอ โอกาสในการทำงานที่ไม่จูงใจและมีผู้ที่ลาออก ก่อนเกษียณ (Buchan, et al., 2003)

มีวิธีใดในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลได้ดีที่สุด? Buchan และคณะ (2003 ) ได้เสนอกรอบแนวคิดของนโยบายการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลว้ดังนี้
1.เพิ่มการผลิตพยาบาล
2.ปรับปรุงดำรงรักษาบุคลากรพยาบาลที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย
3.ปรับปรุงพัฒนาการใช้ทักษะของพยาบาลและวิธีการผสมผสานกับบุคลากรระดับอื่น 4.กระตุ้นและจูงใจให้พยาบาลที่ไม่ได้หน้าที่พยาบาลกลับมาทำการพยาบาลเพิ่มขึ้น
5. ตรวจสอบขอบเขตของสรรหาการจ้างงานจากต่างประเทศอย่างมีจริยธรรม

วิธีอื่นๆในการเพิ่มการผลิตหรือเพิ่มอุปทานนั้นหมายรวมถึงการโน้มน้าวให้รัฐบาลหันมาสนใจเพิ่มเงินช่วยเหลือลงทุนแก่สถาบันการศึกษาอย่างเพียงพอเพื่อสนองความต้องการ(อุปสงค์) ภายในประเทศและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในการทำงานเพื่อสรรหาและคงรักษาไว้ซึ่งบุคลากรพยาบาลในสภาพการทำงานที่ท้าทายกรอบแนวคิดด้านนโยบายต้องระบุวิธีการดำเนินงานไว้ทุกระดับ การมีนโยบายทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น เพื่อที่จะประกันความมั่นใจต่อรูปแบบการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบในการจัดสรรทรัพยากรบุคคลให้มีความเพียงพอ    ความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพอนามัยมีความแตกต่างกันแต่ละประเทศทั่วโลก ในบางประเทศที่ประสบปัญหาคุกคามจากโรคต่างๆ ความต้องการพยาบาลมีมากขึ้นจนต้องผ่อนผันให้มีการรับพยาบาลจาก ต่างถิ่น และผ่อนผันข้อบังคับเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ที่จะเข้าประเทศ ดังนั้นอัตรากำลังพยาบาลในท้องถิ่นย่อมได้รับผลกระทบจากการอพยพเข้ามาทำงานของพยาบาลต่างถิ่น ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนการย้าย ถิ่นไปทำงานในต่างประเทศของพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า คือประมาณ192 ล้านคนต่อปี พยาบาลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการย้ายถิ่นที่เคลื่อนไหววนเวียนอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันได้มีบุคลากรด้านสุขภาพที่ได้รับการศึกษาฝึกอบรมจากประเทศอื่นเข้าไปทำงานมากถึง 25% ของจำนวนแพทย์และพยาบาลของแรงงานในประเทศออสเตรเลีย, แคนาดา, อังกฤษและสหรัฐอเมริกา

การกระจายของพยาบาลได้ขยายตัวมากขึ้นจากการเปิดกว้างของตลาดแรงงานทั่วโลกและสงครามของการช่วงชิงแรงงานระดับที่มีทักษะและความสามารถพิเศษที่หายาก ในการสรรหาพยาบาลจากต่างประเทศ มาทดแทนในประเทศนั้น มักไม่ได้มีการกล่าวถึงปัญหาการสรรหาและดำรงรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่เป็นสาเหตุให้เกิดการขาดแคลนในประเทศนั้นๆอย่างชัดเจน (Kingma, 2006) ทำให้เกิดปัญหาความแตกต่างเหลื่อมล้ำในทางปฏิบัติต่อแรงงานเหล่านี้อย่างมากทั้งในระดับภูมิภาคและระดับภายในประเทศต่างๆ ดังนั้นแต่ละประเทศควรที่จะหากลยุทธ์ที่แยบยลหลากหลายในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนภายในท้องถิ่นให้ได้

ทำไมปัญหาเรื่องการจัดสรรบุคลากรที่ปลอดภัยและเพียงพอจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร? อุปสรรคด้านการเงิน  ค่าใช้จ่ายในระบบบริการสุขภาพมีราคาแพงการแข่งขันเพื่อให้ได้ผลประโยชน์จากการลงทุนในด้านนี้มีลักษณะหลากหลาย การลงทุนของประเทศต่างๆมีความแตกต่างกันในลักษณะของปัญหาด้านสุขภาพ แต่การลงทุนส่วนใหญ่มักมุ่งไปที่ค่ายา เวชภัณฑ์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และบริการด้านการแพทย์ เงินที่เหลือจึงนำไปใช้ในด้านการดูแลทั้งในสถานบริการและชุมชน ซึ่งบริการพยาบาล และการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยถูกหลอมรวมอยู่ภายใต้เงินลงทุนก้อนนี้ บริบทของการจัดสรรบุคลากรให้เพียงพอและปลอดภัย ได้ถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของความตระหนักในการเพิ่มต้นทุนในการดำเนินการ เพราะต้องจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงมักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเท่าที่ควรนอกเสียจากว่าจะต้องนำประเด็นนี้เชื่อมโยงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

จากการศึกษาของ Spetz (2005) พบว่า เหตุผลที่โรงพยาบาลหลายๆแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถจัดอัตรากำลังพยาบาลเพียงพอในระดับสูงได้เพราะว่าไม่ได้รับเงินรายได้เพิ่มขึ้นจากคุณภาพการดูแล ของพยาบาล กล่าวคือโรงพยาบาลได้ผลประโยชน์น้อยจากการเพิ่มคุณภาพของพยาบาลตามมาตรฐาน แต่ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มคุณภาพของการดูแลเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นแม้ว่าการจัดอัตรากำลังพยาบาลเพิ่มขึ้นจะมีผลประโยชน์ต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วย แต่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มพยาบาลมากขึ้น ไม่สามารถทดแทนผลประโยชน์เป็นตัวเงินกำไรให้แก่โรงพยาบาลได้ อย่างไรก็ตามหากพิจารณาให้ละเอียดรอบครอบจะพบว่าค่าใช้จ่ายในภาพรวมที่จะต้องสูญเสียจากการขาดงาน การลาออกของบุคลากร การเพิ่มอัตราป่วย อัตราตายของผู้ป่วยส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในระบบและสังคมอย่างชัดเจน
จากการศึกษาวิจัยได้กล่าวถึงการใช้ต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในการกำหนดอัตราส่วนของอัตรากำลัง ถ้าจัดอัตรากำลังผู้ป่วย 8 คน ต่อพยาบาล 1 คน จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่จะพบอัตราการตายของผู้ป่วยสูงแต่ถ้าต้องปฏิบัติการพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย อัตราส่วนของอัตรากำลังของผู้ป่วยต่อพยาบาล ควรเท่ากับ 4 :1 จึงจะเป็นการใช้ต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ (Rothberg et al, 2005) อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราส่วนอัตรากำลังบุคลากรมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ระดับความรู้สึกและความต้องการการดูแลของผู้ป่วย การพิจารณาต้นทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้จ่ายเงิน เช่น โรงพยาบาล องค์กรสุขภาพ หรือองค์กรต่างๆ

การขาดแคลนเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการประเมินภาระงานของพยาบาล การขาดเครื่องชี้วัดเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนัก หลายปีที่ผ่านมาพยาบาลต้องดิ้นรนที่จะศึกษาเพื่อนับปริมาณภาระงานที่กระทำต่อผู้ป่วย ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่มักศึกษาในหน่วยงานที่ให้การดูแลผู้ป่วยในภาวะเฉียบพลันในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีการเรียนการสอน เครื่องมือที่ใช้นั้นมีลักษณะเชิงพาณิชย์ ไม่สามารถวัดภาระงานได้ครอบคลุมหรือวัดได้ไม่เกิน 40% ของงานพยาบาลในแต่ละหน่วยงาน เครื่องมือเหล่านี้วัดได้แต่งานที่ใช้ทักษะแรงงานแต่ไม่สามารถวัดปริมาณงานในด้านความรู้และสติปัญญาที่ใช้ในแต่ละบทบาทของพยาบาล หน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การประสานงาน การอำนวยความสะดวก และการตัดสินใจยังไม่เคยถูกนำมาอธิบายและแจกแจงเป็นปริมาณภาระงานอย่างเพียงพอ ดังนั้นในขณะที่นำเครื่องมือวัดภาระงานดังกล่าวนี้มาใช้ ในประเด็นที่กำลังเป็นข้อถกเถียงในการจัดบุคลากรที่ปลอดภัยนั้น จึงยังไม่มีทางออกที่สมบูรณ์ในการกำหนดอัตรากำลังที่ปลอดภัยได้ในขณะนี้

[color=#cc33cc]บทบาทของสมาคมพยาบาล การวิจัย [/color] สมาคมพยาบาลแห่งชาติ (NNAs) มีอิทธิพลในการกำหนดประเด็นการวิจัยระดับท้องถิ่น ระดับชาติและระดับนานาชาติ บ่งชี้ประเด็นปัญหาตามความสำคัญอันดับแรก และช่องว่างของข้อมูลต่างๆ สร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าและมีความรู้ความชำนาญ บางครั้งสมาคมพยาบาลแห่งชาติเป็นผู้นำในการดำเนินการวิจัย จึงเป็นทั้งผู้ร่วมงานของสังคมที่น่าเชื่อถือได้และเป็นคู่แข่งในการขอทุนเพื่อใช้จ่ายในการสำรวจ เก็บข้อมูลและการวิเคราะห์สถานการณ์

การกำหนดนโยบาย ผู้นำทางการพยาบาลที่มีความคิดก้าวหน้ามักมีความรอบรู้ในงานของตนอย่างแท้จริง และมีความชำนาญในการแก้ปัญหา ผู้มีส่วนได้เสียทางด้านสุขภาพและพยาบาลจะสามารถแสวงหาคำแนะแนวและกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพจากสมาคมพยาบาลแห่งชาติในการบ่งชี้ปัญหาวิกฤตการขาดแคลนพยาบาล ที่ระบบสุขภาพทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้ สมาคมพยาบาลแห่งชาติได้เสนอกระบวนการรับรองคุณภาพสำหรับองค์กรด้านสุขภาพที่ประกอบด้วยเกณฑ์ชี้วัดด้านการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย จึงนับว่าเป็นบทบาทใหม่ที่ผู้กำหนดนโยบายได้ขยายให้สมาคมพยาบาลแห่งชาติในการดูแลหน่วยงานด้านสุขภาพ

ผู้แทนสมาคมพยาบาลมักจะเป็นกรรมการอำนวยการขององค์กรที่มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ กฎระเบียบในการอนุมัติใบประกอบวิชาชีพ บางกรณีสมาคมพยาบาลแห่งชาติ อาจทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นผู้อนุมัติใบประกอบวิชาชีพเอง ในศักยภาพระดับนี้สมาคมพยาบาลแห่งชาติจะสามารถพัฒนากรอบแนวคิดที่สนับสนุนความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งจะต้องรวมเอานโยบายการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยเข้าไปด้วย และสร้างกลไกเพื่อตรวจสอบ ควบคุมให้มีการนำนโยบายการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยไปปฏิบัติ

การพิทักษ์สิทธิ์ สมาคมพยาบาลแห่งชาติ มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์ความปลอดภัยจากสภาพแวดล้อมในการทำงานและการจัดอัตรากำลังเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติกิจกรรมพยาบาล ซึ่งการพิทักษ์สิทธิ์นี้สามารถทำได้ทั้งในระดับชาติ หรือกลุ่มผู้ชำนาญเฉพาะทางพิเศษต่างๆ ตัวอย่าง เช่น Adkinson (2004) ได้อภิปรายข้อกำหนดและแถลงการณ์เกี่ยวกับการจัดอัตรากำลังพยาบาลที่ปลอดภัยของสมาคมพยาบาลกุมารเวชกรรม (SNP ) ซึ่งได้เรียกร้องในการจัดอัตรากำลังที่เพียงพอในหน่วยงานกุมารเวชกรรม โดยให้ข้อเสนอแนะที่อยู่บนฐานการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงอัตราตายและอัตราป่วยที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการจัดอัตรากำลังไม่พอเพียง The NCNA (2005) ได้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย สนับสนุนและเห็นพ้องกับกฎหมายว่าด้วยการจัดอัตรากำลังของพยาบาลที่ปลอดภัย หลักการของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (ANA ) ในการจัดอัตรากำลังพยาบาลได้ย้ำว่าความสำคัญของผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดอัตรากำลังเพื่อความปลอดภัย ต้องชัดเจนภายใต้การดูแลผู้ป่วย ชีวิตในการทำการพยาบาล และประเภทขององค์กร

การเป็นตัวแทน (Representation) ในสภาพแวดล้อมการที่มีการฟ้องร้องเพิ่มขึ้น พยาบาลจะพบว่าตัวเองต้องรับผิดชอบทั้งด้านกฎหมาย และด้านค่าใช้จ่ายต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากความบกพร่องของระบบสุขภาพ(เช่นการขาดแคลนบุคลากร) มากกว่าเกิดจากการปฏิบัติงานผิดหรือความผิดพลาดจากการทำงานของปัจเจกบุคคล สมาคมพยาบาลแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นตัวแทนและปกป้องสมาชิกของตนไม่ว่าในศาล หรือในองค์กรที่อนุมัติใบประกอบวิชาชีพ บางสมาคมพยาบาลสามารถริเริ่มให้มีกฎหมายการปกป้องผู้รายงานหรือผู้เปิดโปงความผิดพลาด เพื่อปกป้องผู้ที่ประณามการปฏิบัติงานที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ภายใต้ระบบการแก้ปัญหาภายในหน่วยงานที่ล้มเหลวเพื่อให้การแก้ไขก่อนที่เหตุการณ์จะวิกฤตมากขึ้น

การเจรจาต่อรอง การเกิดวิกฤตขาดแคลนพยาบาล การวางแผนทรัพยากรมนุษย์นับเป็นความต้องการอันดับแรกที่จะถูกกล่าวอ้างถึงในการแก้ไขสถานการณ์นั้น สมาคมพยาบาลแห่งชาติมีบทบาทสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงแก่พยาบาลและวิชาชีพการพยาบาล การเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้มาซึ่งการผลิตพยาบาลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน (เช่น ตำแหน่งของนักศึกษา เงินอุดหนุนและให้ทุนการศึกษา) และการผลักดันให้ปรับปรุงสภาพการทำงานที่สามารถจูงใจให้พยาบาลที่มีความสามารถยังคงอยู่ในระบบสุขภาพได้
สมาคมพยาบาลแห่งชาติ ทั่วโลกได้เกี่ยวข้องทั้งทางตรง และทางอ้อมในการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของพยาบาล ข้อตกลงร่วมกันในการสนับสนุนการจัดระดับอัตรากำลังที่ปลอดภัย เป็นเครื่องมือที่ผูกมัดทางกฎหมายที่นำไปสู่การบริหารจัดการด้านภาระงานให้เหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย
การเจรจาต่อรองไม่ได้เกิดขึ้นในบริบทของแรงงานเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้แม้ในรัฐสภาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว กฎหมายระดับจังหวัดและระดับรัฐได้เสนอแนะวิธีประเมินเพื่อสร้างความมั่นใจในการการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้จะไม่บรรลุผลถ้าปราศจากการเจรจาต่อรองที่มีประสิทธิภาพของสมาคมพยาบาลแห่งชาติ การจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัยต้องการรูปแบบการผลักดันที่หลากหลายและชัดเจนทั้งจากการระดมทรัพยากรต่างๆมาใช้ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายต่าง ๆด้วย

ข้อเสนอแนะสำหรับสมาคมวิชาชีพ  • กำหนดขนาดของปัญหา
•ให้ความหมายของการจัดอัตรากำลังเพื่อความปลอดภัยในบริบทของการตอบสนองความต้องการของ ผู้ป่วย
•เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
•ใช้เครื่องมือในการประเมินเพื่อแยกแยะประเด็นลงในรายละเอียด
•เตรียมแผนการสื่อสารที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
•ใช้ข้อมูลในคู่มือที่ให้ไว้ ( Tool Kit )ในการเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อการสนับสนุนในการริเริ่มการจัดอัตรากำลังที่ปลอดภัย
•มีส่วนร่วมการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ และกำหนดนโยบายในระดับรัฐบาล
•สนับสนุนการศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบเพื่อให้เห็นว่าผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายไดถูกเผยแพร่ให้รับรู้ในแง่ของสิ่งแวดล้อมในการทำงานของบุคลากร ชีวิตการทำงานรวมทั้งความปลอดภัยของผู้ป่วย
•โน้มน้าวนายจ้างให้จัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีสุขภาวะ และการจัดอัตรากำลังที่เหมาะสม
•ให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความสำคัญของบริการพยาบาล
•ดำเนินงานในโครงการระดับท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนให้มีสุขภาวะที่ดี

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Comment #1
chun
Posted @5 กันยายน 2553 ip : 202...205

อยากรู้วิธีการคำนวณอัตรากำลังของพยาบาลวิชาชีพค่ะ สูตรของ wasler

Comment #2
nop
Posted @5 กันยายน 2553 ip : 61...245

อยากทราบว่าในปัจจุบันอัตรากำลังพยาบาลต่อผู้ป่วยในภาพรวมของประเทศไทยอยู่ที่เท่าไรคะ

Comment #3
ความผิดพลาดของการบริ
Posted @5 กันยายน 2553 ip : 61...14

อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการบริหารยาผิดพลาดของพยาบาลในปัจจุบันและปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดวามผิดพลาดค่ะ

Comment #4
Mail
Posted @June,23 2009 16.50 ip : 222...94

เราจะทราบได้อย่างไรคะว่า พยาบาลที่จบมาแล้วมีระดับความรู้ความสามารถที่ตรงกับความต้องการของนโยบายสุขภาพ  ใช้เกณ์และตัวชี้วัดไหนบ้าง  และเพราะอะไรถึงมีการผลิตพยาบาลมากขึ้นทุกๆปี แล้วความต้องการพยาบาล ยังมีไม่เพียงพอคะ

การประเมินอัตรากำลังจากภาระงาน
chotip
Posted @April,20 2010 00.27 ip : 124...20

การประเมินภาระงานพยาบาลโดยใช้ tiss score ในหอผู้ป่วยหนักอารยุรกรรมมีความเหมาะสมหรือไม่

หาวิธีคิดอัตรากำลังพยาบาลในการดูแลผู้ติดยาเสพติด
ญาณภัทร เพชรพันธ์
Posted @August,05 2010 01.21 ip : 202...24

อยากทราบวิธีการคำนวนอัตรากำลังทางการพยาบาลสำหรับการดูแลผู้ติดยาเสพติดในศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด และอ้างอิงที่เชื่อถือได้ค่ะ  เพราะลักษณะงานในศูนย์บำบัด  ต่างจากโรงพยาบาลทั่วๆไปค่ะ  ถ้าได้วิธีคำนวนเป็นแต่ละเวรก็จะดีมากค่ะ
กรูณาตอบกลับทาง P_yanapat@hotmail.com นะคะ  ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น

« 2678
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบฯ ในเขตภาคใต้

ท่านสมัครเป็นสมาชิกของเครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบฯ ในเขตภาคใต้ หรือยัง? หากยังไม่ได้สมัคร ท่านสามารถ

ท่านสมัครสมาชิกสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคใต้ หรือยัง?

ท่านสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และกรอกรายละเอียด ส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานประกอบการสมัครไปที่สมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคใต้ ได้โดยตรง

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม